บทความ เรียนออนไลน์
บทความ

Norway
ศรัญญา ฉัตรแสงศรี 11 ธันวาคม 2564

มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ประกาศสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน)
เรื่อง คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
 สำหรับสถานประกอบกิจการ
 โดยที่พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔
            มาตรา ๕๒ ได้บัญญัติให้มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานและกำหนดให้กระทรวงแรงงานจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบตามกฎหมาย และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๘ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
            มาตรา ๕  ซึ่งบัญญัติให้จัดตั้งสถาบันดังกล่าวขึ้น โดยมีอำนาจหน้าที่ในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งหน้าที่อื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดด้วย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา ๒๗๑๙ (COVID 19) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโรคดังกล่าว เป็นจำนวนมาก และได้แพระบาดอย่างรวดเร็วและรุนแรงไปยังหลายประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดทำคำแนะนำเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) สำหรับสถานประกอบกิจการขึ้น โดยอ้างอิงหลักการจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบกิจการ

            1.1 ควรให้ความรู้ คำแนะนำ หรือจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคแก่ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ เช่น โปสเตอร์กินร้อน ซ้อนกลาง ลัางมือ การล้างมือที่ถูกวิธี และการสวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น
            1.2 จัดหาสบู่ เจลล้างมือแอลกอฮอลล์ หรือจัดสถานที่สำหรับล้างมือ ภายในสถานประกอบกิจการ เช่น ประตูทางเข้าห้องทำงาน ประตูทางเข้าไลน์การผลิต ห้องอาหาร ห้องสุขา เป็นต้น เพื่อให้บริการแก่ลูกจ้าง
            1.3 จัดหาหน้ากากอนามัย สำหรับแจกจ่ายให้แก่ลูกจ้าง รวมทั้งจัดเตรียมน้ำยาทำความสะอาด และ แอลอฮอลล์ (ความเข้มข้มตั้งแต่ 70% ขึ้นไป) ให้เพียงพอต่อการใช้งาน
            1.4 ควรให้การดูแลรักษาเบื้องตัน แก่ลูกจ้างที่พบอาการ เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากสถานที่ทำงานหรือไลน์การผลิตที่มีคนรวมกันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการส่งกลับไปรักษาตัวที่บ้านหรือโรงพยาบาล
            1.5 เพิ่มความตระหนักให้กับลูกจ้างทุกคน และรณรงค์ให้ลูกจ้างทุกคนป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยแอลกอฮอลล์ก่อนเข้าทำงานและทุกครั้งที่สัมผัสอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก
            1.6 เพิ่มความตระหนักให้กับพนักงานทำความสะอาดเกี่ยวกับความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อโรค โดยให้ความสำคัญในการป้องกันตนเอง เช่น การสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือขณะปฏิบัติงานทุกครั้ง และการดูแลทำความสะอาดสิ่งของที่ใช้งานบ่อย ๆ เช่น โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงาน รวมทั้งการทำความสะอาดอุปกรณ์ส่วนรวมอื่นๆ
            1.7 จัดให้มีการทำความสะอาดอุปกรณ์ และบริเวณที่มีผู้สัมผัสปริมาณมากอย่างสม่ำเสมอ เช่น โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำงาน ราวบันได ที่จับประตู ห้องน้ำ ด้วยผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาด และ แอลกอฮอลล์ที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 70% ขึ้นไป
            1.8 ระมัดระวังการเก็บขยะติดเชื้อ เช่น ทิชชูที่ผ่านการใช้แล้ว ซึ่งอาจปนเปื้อนสารคัดหลั่ง ก่อนทิ้งขยะติดเชื้อควรใส่ถุงปิดให้มิดชิด หรือทิ้งในถังขยะติดเชื้อ และล้างมือทำความสะอาดเพื่อป้องกันการตกค้างของเชื้อโรค
            1.9 สำหรับสถานประกอบกิการที่มีลูกจ้างทำงานรวมกันจำนวนมากจนเป็นพื้นที่แออัด ควรจัดให้มีการตรวจคัดกรองลูกจ้างทุกคนก่อนเข้าทำงาน หากพบลูกจ้างป่วย ควรพิจารณาให้หยุดรักษาตัวที่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในสถานประกอบกิจการ และหากมีอาการป่วยรุนแรงให้ส่งพบแพทย์ทันที
            1.10 กรณีสถานประกอบกิจการที่มีรถรับ-ส่งพนักงาน ให้ดำเนินการทำความสะอาดยานพาหนะบริเวณ ที่สัมผัสกับโดยสาร เช่น ราวจับ กลอนประตู เบาะนั่ง ที่เท้าแขนด้วยน้ำผสมผงชักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด และ แอลกอฮอลล์ ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด19ได้
            1.11 หากมีสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยง เช่น พบลูกจ้างป่วยเป็นจำนวนมาก ให้พิจารณาหยุดการผลิตหรือการทำงานบางส่วนเป็นการชั่วคราว ตามความจำเป็น เพื่อให้ลูกจ้างหยุดพักรักษาตัวและลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด 19
            1.12 ปฏิบัติตามคำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคไวรัสโคโรนา ของกรมควบคุมโรควันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ที่มีการจัดการประชุมสัมมนา หรือจัดกิจกรรมอื่นที่ลักษณะใกล้เคียงกัน
            1.13 ในกรณีที่สถานประกอบกิการมีหอพักสำหรับลูกจ้าง ให้นำคำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคไวรัสโคโรนา สำหรับผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนท์ หอพัก ของกรมควบคุมโรค ฉบับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 มาถือปฏิบัติด้วย อนึ่ง สถานประกอบกิจการใด พบว่ามีลูกจ้างหรือแรงงานที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค ดังกล่าว ซึ่งอาจเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 ต้องรีบดำเนินการส่งตัวไปยังแพทย์หรือสถานพยาบาลเพื่อรักษาสุขภาพโดยด่วนต่อไป

คำแนะนำสำหรับลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ

            2.1 ควรจัดเตรียมหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอลล์ เพื่อใช้ป้องกันการแพร่เชื้อหรือรับเชื้อสำหรับตนเองและเพื่อนร่วมงาน
            2.2 ทำความสะอาดเครื่องใช้และอุปกรณ์ที่ใช้งาน เช่น โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ด้วยน้ำยาทำความสะอาด และ 70% แอลกอฮอลล์
            2.3 หากสังเกตเห็นเพื่อนร่วมงานมีอาการไอ จาม ผิดปกติ ให้แจ้งหัวหน้างานเพื่อจัดหาหน้ากากอนามัย หรือให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวแก่ลูกจ้างดังกล่าว
            2.4 หากพบว่าตนเองเริ่มมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา หรือหยุดพักเพื่อเฝ้าระวังและรักษาตัวที่บ้าน หรือถ้ามีความจำเป็นต้องไปทำงานให้สวมหน้ากากอนามัย

อบรมเซฟตี้ : เซฟตี้อินไทย.com
อัปเดตบทความล่าสุด : 5 มกราคม 2565